คู่มือ มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 สำหรับพ่อแม่ลูกเล็กที่เตรียมเงินก้อนก่อนลูกเข้ามหาวิทยาลัย วางจังหวะเบี้ยคู่อายุลูก ใช้เงินคืนระหว่างทาง และอ่านปันผลที่ไม่รับรอง
มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 สำหรับพ่อแม่ลูกเล็กที่เตรียมเงินก้อนก่อนลูกเข้ามหาวิทยาลัย วางจังหวะเบี้ยคู่อายุลูก ใช้เงินคืนระหว่างทาง และอ่านปันผลที่ไม่รับรอง บทความนี้ตอบเรื่องเก็บเงินให้ลูก ประกันออมทรัพย์, ประกันออมทรัพย์ ลูกเล็ก, มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 เงินคืน และมันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 ครบกำหนด
วันที่ลูกเกิด พ่อแม่หลายคนเริ่มคิดตัวเลขในหัวทันทีว่าอีกสิบกว่าปีข้างหน้า วันที่ลูกจะเข้ามหาวิทยาลัยหรือเริ่มต้นชีวิตของตัวเอง จะมีเงินก้อนให้เขาเท่าไร คำถามนี้ไม่ได้ตอบยากเพราะไม่มีเงิน แต่ตอบยากเพราะช่วงลูกเล็กเป็นช่วงที่รายจ่ายใหม่โผล่มาทุกเดือน และเงินที่ตั้งใจเก็บให้ลูกมักถูกดึงไปใช้ก่อนเสมอ
บทความนี้มองแผน มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 จากมุมพ่อแม่ลูกเล็กที่อยากสร้างเงินก้อนก้อนหนึ่งให้พร้อมในอีกราว 15 ปี โดยจ่ายเบี้ยให้จบในช่วง 5 ปีแรกที่ยังพอจัดการได้ แล้วปล่อยให้สัญญาเดินต่อจนครบกำหนด ระหว่างทางมีเงินคืนตามสัญญาทุกปี และมีความคุ้มครองชีวิตของพ่อหรือแม่ที่เป็นผู้เอาประกัน
ตัวเลขทั้งหมดมาจากใบเสนอขายของคุณแม่อายุ 30 ปี ทุน 100,000 บาท ข่าวดีคือแบบนี้คิดเบี้ยแค่สองช่วงอายุ คนอายุ 1 เดือนถึง 50 ปีจ่ายเท่ากันที่ 98,500 บาทต่อทุนแสน ชายหญิงเท่ากัน คุณพ่อวัย 40 จึงใช้ตัวเลขชุดนี้ได้ตรงตัว ส่วนคนอายุ 51 ถึง 70 ปีขยับเป็น 99,000 บาท
ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจ พ่อแม่เกือบทุกคนตั้งใจเก็บ แต่ปีแรกของลูกมีค่านม ค่าหมอ ค่าคนดูแล ปีถัดมามีค่าเนอสเซอรี่ ค่ารถรับส่ง และค่ากิจกรรมที่ไม่เคยอยู่ในงบ เงินที่เก็บไว้ในบัญชีธรรมดาจึงถูกถอนไปอุดช่องเหล่านี้ทีละนิด จนวันที่ต้องใช้เงินก้อนจริงเหลือน้อยกว่าที่คิดไว้มาก
อีกปัญหาคือการผูกเป้าหมายระยะยาวไว้กับวินัยของตัวเองทุกเดือน ถ้าเดือนไหนเหนื่อยหรือมีเรื่องด่วน การ "ข้ามไปก่อน" เกิดขึ้นง่ายมาก เครื่องมือที่ช่วยได้จึงควรมีจังหวะจ่ายที่ชัด มีวันสิ้นสุดการจ่ายที่มองเห็น และทำให้เงินปลายทางไม่ถูกแตะระหว่างทางโดยไม่ตั้งใจ
ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ไม่ควรล็อกเงินทั้งหมดไว้กับลูก เพราะช่วงที่ลูกยังเล็กคือช่วงที่ครอบครัวต้องมีเงินสำรองมากที่สุด ถ้าเงินสำรองไม่พอแล้วต้องเลิกแผนกลางทาง เงินที่ได้คืนอาจน้อยกว่าที่จ่ายไป
มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 ชำระเบี้ย 5 ปี และคุ้มครอง 15 ปี ถ้าเริ่มทำในปีที่ลูกเกิด ช่วงจ่ายเบี้ยจะจบราวตอนลูกเข้าอนุบาล และสัญญาครบกำหนดราวตอนลูกเรียนมัธยมปลาย ซึ่งเป็นช่วงที่หลายครอบครัวเริ่มต้องเตรียมเงินค่าเรียนพิเศษ ค่าสอบ และค่าเข้ามหาวิทยาลัย
ผลประโยชน์ตามสัญญาเดินเป็นช่วงดังนี้
การมองแผนคู่กับอายุลูกช่วยให้ตั้งคำถามได้ตรงขึ้น เช่น เงินคืนช่วงแรกจะเอาไปใช้กับอะไร เงินคืนช่วงหลังที่สูงขึ้นจะช่วยค่าเรียนส่วนไหน และเงินก้อนตอนครบกำหนดจะเป็นทุนสำหรับอะไร ถ้าตอบได้ทั้งสามข้อ แผนจะมีหน้าที่ชัดและเลิกกลางทางยากขึ้น
ภาพนี้วางทั้ง 15 ปีไว้ในแผ่นเดียว ถ้าเริ่มปีที่ลูกเกิด วงกลมวงที่ 5 สีแดงคือปีที่ลูกราว 5 ขวบและเป็นงวดเบี้ยสุดท้าย แถบด้านบนคือเงินที่ครอบครัวได้ถ้าพ่อหรือแม่จากไป ส่วนเหรียญสีส้มคือปีที่มีโอกาสได้เงินปันผล
| เงินที่ลูกได้แน่นอน | % ของทุน | จำนวนเงิน (บาท) |
| เงินคืนปีละ 4% ช่วงลูกแรกเกิดถึงราว 7 ขวบ (ปีที่ 1–7) | 28% | 28,000 |
| เงินคืนปีละ 6% ช่วงลูกวัยเรียน (ปีที่ 8–14) | 42% | 42,000 |
| เงินก้อนปีที่ 15 | 450% | 450,000 |
| รวมส่วนที่รับรองให้ลูก | 520% | 520,000 |
ตัวเลขในตารางคือส่วนที่กรมธรรม์รับรองการจ่าย ส่วนเงินปันผลระหว่างสัญญาและตอนครบสัญญาเป็นส่วนเพิ่มที่บริษัทไม่รับรอง พ่อแม่จึงควรวางแผนค่าเรียนจากตัวเลขในตารางนี้เท่านั้น
| ช่วงชีวิตลูก | สิ่งที่เกิดขึ้นในแผน | ทุน 100,000 บาท |
| ลูกแรกเกิดถึงราว 5 ขวบ | จ่ายเบี้ยปีละครั้ง 5 งวด | 98,500 บาท/ปี รวม 492,500 |
| ลูกวัยอนุบาลถึงประถมต้น | เงินคืนปีที่ 1–7 ปีละ 4% | 4,000 บาทต่อปี |
| ลูกวัยประถมปลายถึงมัธยม | เงินคืนปีที่ 8–14 ปีละ 6% | 6,000 บาทต่อปี |
| ลูกราว ม.ปลาย (ปีที่ 15) | เงินครบสัญญา 450% ของทุน | 450,000 บาท |
| ถ้าพ่อหรือแม่จากไป | คุ้มครองชีวิต 100% ขยับปีละขั้นถึง 500% | 100,000 ถึง 500,000 |
| ตลอดสัญญา | ส่วนที่กรมธรรม์รับรองการจ่าย | 520,000 บาท |
ในเคสตัวอย่าง เบี้ยปีละ 98,500 บาท จ่าย 5 ปี รวม 492,500 บาท ถ้าเฉลี่ยเป็นรายเดือนจะประมาณ 8,208 บาท ตัวเลขรายเดือนนี้มีไว้ใช้ตั้งเป้ากันเงิน เช่น ตั้งโอนอัตโนมัติเข้าบัญชีแยกสำหรับเบี้ยลูกทุกวันเงินเดือนออก แม้ตัวอย่างจะชำระเป็นรายปี
เงินคืนรับรองคิดจากทุน ไม่ได้คิดจากเบี้ย ทุน 100,000 บาทจึงได้เงินคืนปีละ 4,000 บาทในปีที่ 1 ถึง 7 และปีละ 6,000 บาทในปีที่ 8 ถึง 14 รวมเงินคืนทั้งสองช่วงเป็น 70,000 บาท ส่วนเงินครบกำหนดรับรองคือ 450,000 บาท
เมื่อรวมส่วนรับรองทั้งหมดกรณีมีชีวิตครบสัญญาและรับเงินคืนออกมาตามงวด จะเป็น 520,000 บาท เทียบกับเบี้ยรวม 492,500 บาท ส่วนต่างคือ 27,500 บาท ตัวเลขนี้คิดจากเงินคืนและเงินครบกำหนดในตารางตัวอย่างเท่านั้น ยังไม่รวมเงินปันผลที่ไม่รับรอง ภาษี และค่าของเงินตามเวลา และไม่ใช่อัตราผลตอบแทนต่อปี
สิ่งที่พ่อแม่ควรเห็นจากตัวเลขนี้คือ แผนนี้ทำหน้าที่ "รักษาวินัยและส่งเงินก้อนให้ถึงปลายทาง" มากกว่าทำหน้าที่ทำให้เงินโตเร็ว ถ้าคุณต้องการการเติบโตสูงสำหรับค่าเรียนลูก อาจต้องมีเครื่องมืออื่นอีกชั้นหนึ่งควบคู่ไป
เงินคืนทุกปีเป็นข้อดีที่หลายครอบครัวชอบ แต่ก็เป็นจุดที่ทำให้เป้าหมายหลักเลือนได้ถ้าใช้ไม่มีแผน ลองแบ่งเงินคืนออกเป็นสองแนวทางตั้งแต่วันแรก
ช่วงปีที่ 8 ถึง 14 เงินคืนขยับขึ้นเป็นปีละ 6% ของทุน ซึ่งมักตรงกับช่วงที่ค่าใช้จ่ายด้านการเรียนของลูกสูงขึ้นพอดี ถ้าวางแผนให้เงินก้อนนี้รับหน้าที่ค่าเรียนพิเศษหรือค่าเดินทาง จะช่วยลดภาระจากรายได้ประจำได้บ้าง
สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก คำถามสำคัญไม่ใช่แค่เงินจะโตเท่าไร แต่คือถ้าผู้หารายได้หลักไม่อยู่ เงินที่ตั้งใจเก็บให้ลูกจะยังไปถึงหรือไม่ แผนนี้มีความคุ้มครองชีวิตที่เพิ่มจาก 100% ของทุนในช่วงแรก ไปจนถึง 500% ของทุนตามปีกรมธรรม์
จำนวนที่จ่ายจริงในแต่ละปี รวมถึงความต่างระหว่างเงินกรณีเสียชีวิต เงินคืน เงินครบกำหนด และมูลค่าเวนคืน มีเงื่อนไขของแต่ละส่วนแยกกัน ควรขอให้ตัวแทนกางตารางปีต่อปีของทุนที่คุณเลือก แล้วดูว่าในปีที่ลูกยังเล็กที่สุด ความคุ้มครองมากพอสำหรับภาระของครอบครัวหรือไม่
ควรเลือกให้ผู้หารายได้หลักของบ้านเป็นผู้เอาประกัน และระบุผู้รับประโยชน์ให้ชัดเจน เพื่อให้เงินส่วนนี้ส่งต่อถึงคนที่จะดูแลลูกได้ตามที่ตั้งใจ แต่ความคุ้มครองชีวิตของแผนออมทรัพย์มักไม่สูงเท่าแผนคุ้มครองโดยตรง ถ้าภาระครอบครัวสูง อาจต้องมีความคุ้มครองชีวิตอีกชั้นหนึ่ง
มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้ 15/5 มีส่วนร่วมในเงินปันผล ใบเสนอขายยกตัวอย่างไว้ 3 กรณีตามอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่บริษัทใช้คำนวณ ถ้าคิดที่ 3% เงินปันผลรวมทั้งสัญญาประมาณ 36,910 บาท ที่ 4% ประมาณ 65,310 บาท และที่ 5% ประมาณ 81,210 บาท แต่ทั้งหมดเป็นตัวอย่าง ไม่รับรองการจ่าย ปีไหนผลการลงทุนไม่ดีอาจไม่ได้เลย
สำหรับเป้าหมายที่มีกำหนดเวลาแน่นอนอย่างค่าเข้ามหาวิทยาลัย ให้คำนวณเฉพาะส่วนรับรองว่าครอบคลุมได้แค่ไหน แล้วถ้ายังไม่พอ ให้เพิ่มทุนหรือเพิ่มเครื่องมือออมอื่น ไม่ควรเติมช่องว่างด้วยเงินปันผลที่ยังไม่เกิดขึ้น
ตัวอย่างในบทความเป็นเคสผู้ใหญ่อายุ 30 ปี ถ้าเป้าหมายคือให้เงินก้อนไปถึงลูกแม้ผู้หารายได้ไม่อยู่ การให้ผู้หารายได้เป็นผู้เอาประกันและระบุลูกหรือผู้ดูแลเป็นผู้รับประโยชน์เป็นทางที่ควรพิจารณา แล้วขอให้ตัวแทนตรวจหลักเกณฑ์รับประกันตามข้อมูลจริง
คิดจากทุนประกัน ในเคสทุน 100,000 บาทได้ปีละ 4,000 บาทในปีที่ 1 ถึง 7 และปีละ 6,000 บาทในปีที่ 8 ถึง 14 ไม่ได้คิดจากเบี้ยที่จ่าย
ทบทวนงบก่อนเพิ่มแผนใหม่ อย่าให้แผนของลูกคนแรกต้องหยุดกลางทาง ถ้างบตึง อาจเริ่มแผนของลูกคนที่สองด้วยทุนต่ำกว่าแล้วค่อยปรับเมื่อภาระเบา
เงินก้อน 450,000 บาทจ่ายตอนครบปีที่ 15 เท่านั้น ถ้าต้องใช้ก่อนต้องเวนคืน ในเคสตัวอย่าง ค่าเวนคืนสิ้นปีที่ 10 คือ 412,300 บาท บวกเงินคืนที่รับไปแล้ว 46,000 บาท รวม 458,300 บาท ยังต่ำกว่าเบี้ยรวม 492,500 บาท จึงควรเริ่มแผนให้ปีครบสัญญาตรงกับปีที่ลูกต้องใช้เงินตั้งแต่แรก
ไม่สามารถยืนยันได้ เพราะเงินปันผลไม่รับรองการจ่าย ให้วางแผนจากเงินคืนและเงินครบกำหนดรับรองเป็นหลัก
บอกอายุของคุณ อายุของลูก งบที่กันได้ต่อเดือน และปีที่อยากให้มีเงินก้อนพร้อม เพื่อรับใบเสนอขายและตารางผลประโยชน์ปีต่อปีของคุณเอง การขอตัวเลขยังไม่ใช่การสมัครและไม่มีข้อผูกมัด
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ให้เราช่วยออกแบบแผนที่เหมาะกับคุณ
เราเก็บข้อมูล (เช่น ชื่อ เบอร์โทร) เฉพาะเมื่อท่านกรอกแบบฟอร์มด้วยตนเอง เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น อ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่จำเป็น
จำเป็นต่อการทำงานพื้นฐาน เช่น จดจำการยอมรับนโยบายนี้ ปิดใช้งานไม่ได้
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์
ช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์และปรับปรุงประสบการณ์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น
คุกกี้เพื่อการตลาด
ใช้วัดผลโฆษณา (เช่น Google, Facebook) ว่าโฆษณาไหนช่วยให้ท่านพบเว็บไซต์นี้